3 วิธียืดอายุ “ยางรถยนต์” ให้ใช้งานได้ยาวนาน

เคยสงสัยบ้างไหมว่าต้องเปลี่ยน ยางรถยนต์ เมื่อไร บางสำนักก็บอก 2 ปี บ้างก็ว่า 5 ปี หรือตอนยางกรอบ เลี้ยวแล้วมีเสียงเอี๊ยดๆ มีหลายเหตุผลมากมายที่ทำให้เรารู้สึกว่าได้เวลาเปลี่ยนยางซะที แต่ก่อนจะเปลี่ยนยาง เรารู้วิธีดูแลรักษายางให้อยู่กัเราไปนานๆ ก่อนดีกว่า

1. รู้จักตัวเลขที่แก้มยาง

ขั้นตอนแรกที่เราจะมาเริ่มดูแลยางรถยนต์ของเราก็คือ แล้วมองหาตัวเลขหนึ่งชุดที่บอกอะไรเราได้หลายอย่าง ซึ่ง 2 ส่วนที่ควรสนใจก็คือ ดัชนีการรับน้ำหนัก (Load Index) และสัญลักษณ์แสดงขีดจำกัดความเร็ว (Speed Index)

.

ดัชนีการรับน้ำหนัก (Load Index) เป็นตัวเลขที่แสดงถึงค่าน้ำหนัก(กิโลกรัม) ที่ยางรับได้มากที่สุดเมื่อเติมลมยางอย่างเหมาะสม ใครที่เพื่อนเยอะ หรือต้องขนของหนักเวลาซื้อยางต้องตรวจสอบค่าเหล่านี้ให้ดี เพราะถ้าน้อยเกินน้ำหนักที่บรรทุกประจำก็จะทำให้ยางเสื่อมเร็วว่าปกติ

.

อีกส่วนที่สำคัญคือ สัญลักษณ์แสดงขีดจำกัดความเร็ว (Speed Index) เพื่อระบุว่ายางที่ใส่อยู่นั้นสามารถรองรังกับความเร็วที่ระดับไหน

2. วิธีดูแลรักษายาง

หลังจากรู้ขีดจำกัดต่างๆ ของยางแล้ว ก็ได้เวลาที่จะมาดูแลยางให้อยู่กับเราไปอีกนานๆ ตามวิธีต่อไปนี้

  1. หมั่นตรวจสอบความดันลมยางให้ อย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือทุกครั้งที่ต้องเดินทางไกล
  2. ใช้ความดันลมยางตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
  3. ห้ามบรรทุกเกินดัชนีน้ำหนักบรรทุกสูงสุดที่กำหนด
  4. ขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสม
  5. หลีกเลี่ยงการขับขี่บนถนนขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ
  6. หลีกเลี่ยงการหมุนล้อฟรีอย่างรุนแรง

.

3. สังเกตุอาการที่ยางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ

  1. ยางแตกลายงา เกิดจากการเสื่อมสภาพตามอายุของยาง หรือเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ก็ได้ เช่น ความร้อนจากการจอดรถตากแดดเป็นระยะเวลานานๆ และสม่ำเสมอ บรรทุกน้ำหนักเกินกำหนด หรือความดันลมยางน้อยกว่าปกติ จะทำให้ขอบยางรับน้ำหนักมากเกินจนถูกบดทับทำให้เกิดรอยแตกได้
  2. แก้มยางฉีกขาด กรณีนี้ถือว่าร้ายแรงมาก เพราะเป็นส่วนที่ไม่สามารถซ่อมแซมได้และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุอื่นๆ ตามมา โดยมากสาเหตุหลักมักเกิดจากการถูกของมีคมเข้าที่แก้มยาง ซึ่งอาจเกิดจากการขับรถไปเบียดกับเหล็กหรือขอบถนนก็ได้
  3. หน้ายางสึกเร็วมากกว่าไหล่ยาง โดยปกติแล้วหน้ายางจะสึกเสมอกันตลอด แต่ในกรณีที่ตรวจพบว่าหน้ายางสึกมากกว่าไหล่ยางอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความดันลมยางน้อยเกินไป การประกอบยางกับกระท้อไม่ดีตั้งแต่ต้น ไม่สลับยางตามระยะที่กำหนด
  4. แก้มยางบวม มักพบได้หลังจากที่ยางไปเบียดกับฟุตปาดหรือตกกระแทกหลุมอย่างรุนแรง จนทำให้ขอบยางเสียหายบวมปูดจนเห็นได้ชัด ซึ่งหากขับต่อไป จะมีความเสี่ยงต่อการระเบิดของยางได้
  5. ดอกยางหมดหรือหมดสภาพ ควรคำนวณจากระยะทางและการใช้งานเป้นหลักหากใช้รถบ่อยๆ หรือวิ่งทางไกลมากๆ แล้วพบว่ายางสึกถือว่าปกติ แต่หากพบว่ายางสึกเร็วกว่าระยะทางที่ควรจะเป็นอาจเกิดจาก ระบบช่วงล่างของรถ เช่น ค่ามุมล้อที่ผิดไป
  6. ไหล่ยางสึกไม่เท่ากัน หรือสึกข้างใดข้างหนึ่ง เกิดได้หลายกรณี เช่น ตั้งศูนย์ถ่วงล้อไม่สมดุล ใส่ยางไม่เท่ากันทุกล้อ ความดันลมยางน้อย หรือบรรทุกน้ำหนักเกินไป หนักสุดๆ อาจเกิดจากเพลาคดก็ได้
  7. ดอกยางสึกจนถึงจุดเตือน (สังเกตรูปสามเหลี่ยมที่แก้มยาง จะชี้จุดเดือนที่อยู่ในร่องดอกยาง)


กัสเจริญการยาง ขอนแก่น

ติดต่อตามช่องทางที่สะดวกด้านล่างได้เลยค่ะ

โทร 0652620924  หรือ 0910033249

 

เฟสกัส ใหม่